Apple เตรียมโชว์ Siri รุ่นใหม่พลัง AI จาก Google Gemini: เปลี่ยน Siri ธรรมดาให้เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะเต็มตัว
บทนำ: ผู้ช่วยเสียงกำลังจะเปลี่ยนโฉมไปตลอดกาล?
คุณเคยใช้ Siri แล้วรู้สึกว่า...มันยังไม่ "ฉลาดพอ" หรือเปล่า? หลายคนที่เป็นผู้ใช้ iPhone, iPad หรือ Mac ต่างรู้จัก Siri ในฐานะผู้ช่วยเสียงของ Apple ที่ใช้งานได้สะดวกในบางเรื่อง แต่ในหลายกรณีก็ยังไม่สามารถเทียบชั้นกับ AI รุ่นใหม่อย่าง ChatGPT หรือ Google Gemini ได้เลย
ล่าสุด Apple กำลังจะเปลี่ยนภาพจำนี้ครั้งใหญ่ เมื่อมีข่าวว่าในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 บริษัทเตรียมเปิดตัว Siri รุ่นใหม่ ที่ไม่ได้พัฒนาเองทั้งหมด แต่จับมือกับ Google เพื่อนำ Gemini — โมเดล AI อัจฉริยะขั้นสูง — มาเป็นขุมพลังเบื้องหลัง!
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ Siri และวิเคราะห์ว่า การนำ Google Gemini มาใช้นั้นจะส่งผลต่อ Apple และผู้ใช้อย่างไรบ้าง
Siri + Gemini: การจับมือที่ไม่มีใครคาดคิด
Apple เป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและการควบคุมเทคโนโลยีด้วยตัวเองมาตลอด แต่การเปิดเผยว่า Siri เวอร์ชันใหม่จะใช้เทคโนโลยีของ Google Gemini นั้น ถือเป็นการพลิกแนวทางครั้งสำคัญ
Gemini (ชื่อเดิมคือ Bard) เป็นโมเดล AI แบบ "multimodal" หรือ AI ที่สามารถเข้าใจข้อมูลหลายประเภทพร้อมกัน เช่น ข้อความ รูปภาพ เสียง หรือวิดีโอ ซึ่ง Google พัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ GPT-4 ของ OpenAI
โดย Siri ที่ใช้ Gemini จะสามารถ:
เข้าใจคำถามซับซ้อนจากผู้ใช้ได้ลึกขึ้น
ประมวลผลข้อมูลจากหลายแอป เช่น ปฏิทิน, อีเมล, โน้ต พร้อมกันเพื่อให้คำตอบที่สอดคล้องกัน
พูดคุยตอบโต้เหมือนสนทนากับมนุษย์จริง ๆ มากขึ้น
"Apple จะยังคงควบคุมด้านความเป็นส่วนตัวและข้อมูลผู้ใช้งานไว้ทั้งหมด แม้จะใช้เทคโนโลยีของ Google"
ฟีเจอร์ที่จะเปิดให้ใช้งานเมื่อไร?
Apple มีแผนเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปได้ทดลอง Siri รุ่นใหม่ใน iOS 26.4 เบต้า ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2026 และปล่อยเวอร์ชันเต็มภายในมีนาคมหรือเมษายน
แต่ฟีเจอร์สนทนาเต็มรูปแบบ (ที่คล้าย ChatGPT) จะตามมาใน iOS 27 ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวปลายปี 2026 พร้อมกับ iPhone รุ่นใหม่
ทำไม Apple ถึงเลือกใช้ Google Gemini แทนการสร้างเอง?
แม้ Apple จะมีทีมนักวิจัย AI และเคยพัฒนาโมเดลของตัวเอง เช่น Ajax GPT แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างโมเดลที่ตอบสนองผู้ใช้ได้ดีเท่าคู่แข่งอย่าง Google หรือ OpenAI ได้
ปัจจัยที่ทำให้ Apple หันไปจับมือกับ Google ได้แก่:
ความเร็วในการนำ AI มาใช้งานจริง: Gemini พร้อมใช้งานแล้ว ไม่ต้องพัฒนานาน
คุณภาพของโมเดล: Gemini มีความสามารถเข้าใจหลายรูปแบบข้อมูล (multimodal) สูงกว่าโมเดลที่ Apple มีในมือ
ประสบการณ์ผู้ใช้: Apple เน้นประสบการณ์ลื่นไหล ถ้า AI ช่วยตอบคำถามได้อย่างมืออาชีพ ย่อมเพิ่มความพึงพอใจ
ผลกระทบต่อคู่แข่งในตลาดผู้ช่วย AI
การอัปเกรด Siri ด้วย Gemini จะส่งผลให้:
Apple สามารถแข่งขันกับ ChatGPT, Google Assistant, Amazon Alexa ได้จริงจังมากขึ้น
ผู้ใช้ iPhone ไม่จำเป็นต้องติดตั้งแอป AI เพิ่ม เพราะ Siri ทำได้ครอบคลุม
Ecosystem ของ Apple จะยิ่งเหนียวแน่นขึ้น เพราะ Siri จะกลายเป็น "AI คู่ใจ" ที่อยู่ในทุกอุปกรณ์ Apple
คำถามที่ตามมา: แล้ว Apple จะพัฒนา AI ของตัวเองต่อไหม?
คำตอบคือ "ใช่" Apple ยังคงพัฒนาโมเดล AI ของตัวเองอยู่ และอาจมีการสลับมาใช้โมเดลของ Apple เองในอนาคตเมื่อพร้อม ซึ่งอาจให้ผลลัพธ์ดีกว่า Gemini ในบางบริบท
การใช้ Gemini ครั้งนี้อาจเป็นเพียง "สะพาน" ในการข้ามไปสู่ยุค Siri ใหม่ — ระหว่างที่ Apple ยังไม่พร้อมเปิดโมเดลของตัวเองอย่างเต็มที่
สรุป: Siri 2026 จะไม่เหมือน Siri ที่คุณเคยรู้จัก
นี่ไม่ใช่การอัปเดตเล็ก ๆ แต่เป็นการเปลี่ยน "Siri" จากแค่ผู้ช่วยสั่งงานง่าย ๆ ไปเป็น "AI ส่วนตัวที่ฉลาดขึ้น เข้าใจลึกขึ้น และพร้อมช่วยคิดแทนได้"
ด้วยพลังของ Google Gemini + การควบคุมระบบโดย Apple นี่อาจเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ Siri กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังจากที่ถูกมองว่า "ล้าหลังคู่แข่ง" มานานหลายปี
คุณล่ะ? คิดว่า Siri ใหม่นี้จะเปลี่ยนวิธีที่คุณใช้งาน iPhone หรือ iPad ไปอย่างไร?
